3 โบรกวิเคราะห์หุ้น BEM ก่อนเข้าเทรดพรุ่งนี้ หลังการควบรวมระหว่างBECL และ BMCL มองเป็นบริษัทสมบูรณ์แบบพร้อมที่จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจคมนาคมไทย ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ 5.70-6.50 บาท
บล.ทรีนิตี้ ระบุว่า การควบรวมระหว่าง BECL และ BMCL เป็นการนำจุดเด่นของทั้งสองบริษัทแต่เข้ามาเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างบริษัทด้านคมนาคมที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเข้าประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและนอกประเทศ ด้วยจุดแข็งในด้าน (1) ฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรองรับงานประมูลโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้า ทางด่วน และมอเตอร์เวย์ ที่คาดว่าจะสามารถเริ่มทยอยออกประมูลได้ในช่วงต้นปี 59 นี้
รวมทั้ง (2) ศักยภาพในการบริหารจัดการระบบขนส่งครบทั้งระบบราง และทางด่วน และ (3) เพิ่มโอกาสเติบโตด้านการบริหารและพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้กับบริษัทลูกอย่าง BMN จากการคำนวณด้วยราคาปิด ณ วันที่ 18 ธ.ค. 58 ของ BECL ที่ 45.25 บาท และ BMCL ที่ 2.22 บาท ทำให้ได้ราคาหุ้น BEM ที่ 5.26 บาทต่อหุ้น และด้วย upside 12% ประกอบกับอนาคตที่สดใสอย่างมากของธุรกิจ เราจึงแนะนำซื้อลงทุน ด้วยราคาเป้าหมาย 5.90 บาท
ฝ่ายวิจัยระบุว่า BEM จะเข้าสู่ยุคทองตั้งแต่ปี 59 ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มอีก 2 เส้นทางบน (1) ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกราว 3Q59 และ (2) รถไฟฟ้าสายสีม่วงในวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งคาดจะทำให้รายได้รวมขยายตัวได้เฉลี่ยถึงปีละ 25% และ EPS ในช่วง 5 ปีข้างหน้าเติบโตได้ถึง 32% (CAGR) นอกจากนี้ด้วยจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนผู้ชมสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ที่มากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าของบริษัทลูกอย่าง BMN ค่อยๆเติบโตขึ้น และจะเติบโตชัดเจนอย่างมากเมื่อการขนส่งมวลชนระบบรางครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2562 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า
จากการคำนวณด้วยราคาปิด ณ วันที่ 18 ธ.ค. 58 ทำให้ได้ราคาหุ้น BEM ที่ 5.26 บาทต่อหุ้น และด้วย upside 12% ประกอบกับอนาคตที่สดใสอย่างมาก เราจึงแนะนำซื้อลงทุน ด้วยราคาเป้าหมาย 5.90 บาท (ทางด่วน 1.80 บาท รถไฟฟ้า 3.22 บาท BMN 0.19 บาท และ Investment 0.69 บาท)
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่า BEM เป็นหนึ่งในบริษัทที่สมบูรณ์แบบและพร้อมที่จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจคมนาคมไทย ทั้งในเรื่องโครงสร้างรายได้ที่มั่นคงจากสัมปทานในมือมากถึง 7 ฉบับ ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายหลังการควบรวม และโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ที่จะอยู่เบื้องหลังสนับสนุนธุรกิจทั้งในแง่ก่อสร้าง (CK) คู่สัญญา (รฟม.) สถาบันการเงิน (KTB, BBL) ส่งผลให้บริษัทพร้อมจะเป็นตัวแทนประเทศไทย เพื่อรับงานด้านคมนาคมในทุกรูปแบบ และในทุกภูมิภาค
ทั้งนี้ BEM ถือเป็นหุ้นที่ครบเครื่องทั้ง Defensive , Growth , Dividend เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาว ปัจจุบันรราคาหุ้นคิดเป็น PER16 เพียง 25.3เท่า ถือว่ามีส่วนลดจาก BTS มากถึง 40% แนะนำซื้อสะสมด้วยราคาเป้าหมายปี2559 ที่
6.50บาท/หุ้น
บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดว่าเมื่อ BECL กับ BMCL รวมกิจการกันแล้วเป็น BEM ก็จะกลายเป็นหลักทรัพย์ในกลุ่มขนส่งที่ใหญ่รองลงมาจาก AOT ที่ดำเนินธุรกิจบริหารสนามบิน และในอนาคตก็คาดว่าจะมีโอกาสสูงมากที่จะถูกจัดเข้าไปคำนวณใน SET50 ด้วยมูลค่าตลาด (Market Cap) ที่สูงกว่า 75 พันล้านบาท (ถือเป็นลำดับที่ 41 ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ไทย)
ด้านส่วนครองตลาดของธุรกิจก็ถือว่ามากที่สุด เพราะมีความยาวของทางด่วนเป็น 87.2 กิโลเมตรจากทั้งหมด 272.8 กม. และมีระยะทางการวิ่งของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยาวถึง 70 กม. จากทั้งหมดที่ 134.8 กม. จึงมีส่วนครองตลาดอยู่ที่ประมาณ 31% และ 52% ตามลำดับ ทั้งนี้ BEM จะมีข้อดีคือ การรวมกิจการกันจะได้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสดจาก BECL ส่วน BMCL จะมีจุดเด่นด้านแนวโน้มการเติบโตที่สดใส จึงแนะนำซื้อ BEM ประเมินราคาพื้นฐานด้วยวิธี SOTP ไว้ที่ 5.70 บาท
บล.ทรีนิตี้ ระบุว่า การควบรวมระหว่าง BECL และ BMCL เป็นการนำจุดเด่นของทั้งสองบริษัทแต่เข้ามาเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างบริษัทด้านคมนาคมที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเข้าประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและนอกประเทศ ด้วยจุดแข็งในด้าน (1) ฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรองรับงานประมูลโครงสร้างพื้นฐานทั้งรถไฟฟ้า ทางด่วน และมอเตอร์เวย์ ที่คาดว่าจะสามารถเริ่มทยอยออกประมูลได้ในช่วงต้นปี 59 นี้
รวมทั้ง (2) ศักยภาพในการบริหารจัดการระบบขนส่งครบทั้งระบบราง และทางด่วน และ (3) เพิ่มโอกาสเติบโตด้านการบริหารและพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้กับบริษัทลูกอย่าง BMN จากการคำนวณด้วยราคาปิด ณ วันที่ 18 ธ.ค. 58 ของ BECL ที่ 45.25 บาท และ BMCL ที่ 2.22 บาท ทำให้ได้ราคาหุ้น BEM ที่ 5.26 บาทต่อหุ้น และด้วย upside 12% ประกอบกับอนาคตที่สดใสอย่างมากของธุรกิจ เราจึงแนะนำซื้อลงทุน ด้วยราคาเป้าหมาย 5.90 บาท
ฝ่ายวิจัยระบุว่า BEM จะเข้าสู่ยุคทองตั้งแต่ปี 59 ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มอีก 2 เส้นทางบน (1) ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกราว 3Q59 และ (2) รถไฟฟ้าสายสีม่วงในวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งคาดจะทำให้รายได้รวมขยายตัวได้เฉลี่ยถึงปีละ 25% และ EPS ในช่วง 5 ปีข้างหน้าเติบโตได้ถึง 32% (CAGR) นอกจากนี้ด้วยจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนผู้ชมสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ที่มากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าของบริษัทลูกอย่าง BMN ค่อยๆเติบโตขึ้น และจะเติบโตชัดเจนอย่างมากเมื่อการขนส่งมวลชนระบบรางครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2562 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า
จากการคำนวณด้วยราคาปิด ณ วันที่ 18 ธ.ค. 58 ทำให้ได้ราคาหุ้น BEM ที่ 5.26 บาทต่อหุ้น และด้วย upside 12% ประกอบกับอนาคตที่สดใสอย่างมาก เราจึงแนะนำซื้อลงทุน ด้วยราคาเป้าหมาย 5.90 บาท (ทางด่วน 1.80 บาท รถไฟฟ้า 3.22 บาท BMN 0.19 บาท และ Investment 0.69 บาท)
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่า BEM เป็นหนึ่งในบริษัทที่สมบูรณ์แบบและพร้อมที่จะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจคมนาคมไทย ทั้งในเรื่องโครงสร้างรายได้ที่มั่นคงจากสัมปทานในมือมากถึง 7 ฉบับ ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายหลังการควบรวม และโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ที่จะอยู่เบื้องหลังสนับสนุนธุรกิจทั้งในแง่ก่อสร้าง (CK) คู่สัญญา (รฟม.) สถาบันการเงิน (KTB, BBL) ส่งผลให้บริษัทพร้อมจะเป็นตัวแทนประเทศไทย เพื่อรับงานด้านคมนาคมในทุกรูปแบบ และในทุกภูมิภาค
ทั้งนี้ BEM ถือเป็นหุ้นที่ครบเครื่องทั้ง Defensive , Growth , Dividend เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาว ปัจจุบันรราคาหุ้นคิดเป็น PER16 เพียง 25.3เท่า ถือว่ามีส่วนลดจาก BTS มากถึง 40% แนะนำซื้อสะสมด้วยราคาเป้าหมายปี2559 ที่
6.50บาท/หุ้น
บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดว่าเมื่อ BECL กับ BMCL รวมกิจการกันแล้วเป็น BEM ก็จะกลายเป็นหลักทรัพย์ในกลุ่มขนส่งที่ใหญ่รองลงมาจาก AOT ที่ดำเนินธุรกิจบริหารสนามบิน และในอนาคตก็คาดว่าจะมีโอกาสสูงมากที่จะถูกจัดเข้าไปคำนวณใน SET50 ด้วยมูลค่าตลาด (Market Cap) ที่สูงกว่า 75 พันล้านบาท (ถือเป็นลำดับที่ 41 ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ไทย)
ด้านส่วนครองตลาดของธุรกิจก็ถือว่ามากที่สุด เพราะมีความยาวของทางด่วนเป็น 87.2 กิโลเมตรจากทั้งหมด 272.8 กม. และมีระยะทางการวิ่งของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยาวถึง 70 กม. จากทั้งหมดที่ 134.8 กม. จึงมีส่วนครองตลาดอยู่ที่ประมาณ 31% และ 52% ตามลำดับ ทั้งนี้ BEM จะมีข้อดีคือ การรวมกิจการกันจะได้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสดจาก BECL ส่วน BMCL จะมีจุดเด่นด้านแนวโน้มการเติบโตที่สดใส จึงแนะนำซื้อ BEM ประเมินราคาพื้นฐานด้วยวิธี SOTP ไว้ที่ 5.70 บาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น